แบรนด์เล็กงบจำกัด แต่เลือกอินฟลูเอนเซอร์ให้ปังได้จริง!

โดย: รอบรู้ไทย [IP: 171.99.128.xxx]
เมื่อ: 2026-01-02 10:13:44
แบรนด์เล็กงบจำกัด แต่เลือกอินฟลูเอนเซอร์ให้ปังได้จริง!



ปัญหาสุดคลาสสิกของผู้ประกอบการรายย่อยหรือแบรนด์น้องใหม่คือ อยากทำการตลาดให้คนรู้จัก แต่ติดที่งบประมาณมีจำกัด ครั้นจะไปจ้างดาราหรือคนดังระดับประเทศก็สู้ราคาไม่ไหว จนพาลถอดใจไปเสียดื้อๆ แต่ความจริงแล้ว ในยุคที่ใครๆ ก็เป็นสื่อได้ การทำการตลาดผ่านคนที่มีอิทธิพลบนโลกออนไลน์ไม่ได้วัดกันที่จำนวนเงินเพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ความ "ใช่" และ "โดนใจ" กลุ่มเป้าหมายต่างหาก หากคุณรู้วิธีการ หาอินฟลูเอนเซอร์ ที่ถูกต้อง แม้จะมีงบเพียงหลักพัน หรือเริ่มต้นจากการแลกเปลี่ยนสินค้า ก็สามารถสร้างยอดขายถล่มทลายได้เช่นกัน!



โฟกัสที่ Nano และ Micro Influencer คือทางรอด

ความเข้าใจผิดมหันต์คือการคิดว่ายอดผู้ติดตามเยอะเท่ากับยอดขายเยอะ สำหรับแบรนด์เล็ก การหันมามองกลุ่ม Nano Influencer (ผู้ติดตาม 1,000 - 10,000 คน) หรือ Micro Influencer (ผู้ติดตาม 10,000 - 50,000 คน) คือกลยุทธ์ที่ฉลาดกว่ามาก เพราะคนกลุ่มนี้มักจะมีปฏิสัมพันธ์กับลูกเพจที่แน่นแฟ้น เปรียบเสมือนเพื่อนแนะนำเพื่อน ความน่าเชื่อถือจึงมีสูงกว่าดาราที่รับงานโฆษณาทีละมากๆ แถมเรตราคายังจับต้องได้ หรือบางครั้งอาจพูดคุยเพื่อขอส่งสินค้าให้ รีวิวสินค้าtiktok แลกกับของรางวัลได้ง่ายกว่า



เลือกคนที่สไตล์ตรงกับแบรนด์ สำคัญกว่ายอดวิว

ก่อนจะตัดสินใจจ้างใคร อย่าดูแค่ว่าเขามียอดวิวเยอะไหม แต่ต้องเข้าไปดูไส้ในของคอนเทนต์เขาด้วยว่ามีสไตล์การเล่าเรื่องแบบไหน ถ้าแบรนด์ของคุณขายสินค้าออร์แกนิก รักษ์โลก แต่ไปจ้างคนที่ชอบรีวิวของเล่นพลาสติกสีฉูดฉาด ต่อให้คนดูเยอะแค่ไหน ก็ยากที่จะเปลี่ยนเป็นยอดขายได้ การเลือกคนที่มีไลฟ์สไตล์ตรงกับสินค้าจะช่วยให้การรีวิวดูเป็นธรรมชาติและจริงใจ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการโน้มน้าวใจผู้บริโภคยุคนี้



เทคนิคการค้นหาอินฟลูเอนเซอร์ด้วยตัวเองแบบไม่เสียเงิน

คุณไม่จำเป็นต้องจ้างเอเจนซี่แพงๆ เสมอไป การเริ่มต้น หาอินฟลูเอนเซอร์ ด้วยตัวเองสามารถทำได้ง่ายๆ ผ่านเครื่องมือที่มีอยู่แล้ว

• ค้นหาผ่าน Hashtag: ลองพิมพ์แฮชแท็กที่เกี่ยวข้องกับสินค้าของคุณ เช่น #รีวิวสกินแคร์ #แต่งห้องมินิมอล หรือ #อร่อยบอกต่อ แล้วดูว่าใครที่โพสต์แล้วมียอดไลก์และคอมเมนต์ที่น่าสนใจ

• ดูจากฟีเจอร์ Location: หากคุณเป็นร้านอาหารหรือคาเฟ่ ลองกดดูสถานที่ใกล้เคียงร้านคุณ ว่ามีใครมาเช็กอินและถ่ายรูปสวยๆ บ้าง

• ส่องจากคู่แข่ง: ลองดูว่าแบรนด์คู่แข่งที่มีสินค้าใกล้เคียงกัน เขาใช้อินฟลูเอนเซอร์คนไหน แล้วลองหาคนที่มีสไตล์คล้ายกันแต่ยังไม่เคยรีวิวให้คู่แข่ง



การเจรจาและการตกลงเงื่อนไขสำหรับงบจำกัด

เมื่อเจคนที่ใช่แล้ว ขั้นตอนการดีลงานคือจุดวัดใจ สำหรับแบรนด์งบน้อย การเสนอเงื่อนไขแบบ Barter System หรือการส่งสินค้าให้ใช้ฟรีแลกกับการรีวิว เป็นวิธีที่นิยมมากที่สุด แต่ข้อควรระวังคือ ต้องมีความจริงใจ ไม่กดดัน และเคารพการตัดสินใจของอินฟลูเอนเซอร์ หากเขาปฏิเสธก็ไม่ควรตื้อ แต่หากเขายอมรับ ควรมีข้อตกลงที่ชัดเจนแต่ยืดหยุ่น เช่น ขอคลิปสั้น 1 คลิป หรือรูปภาพสวยๆ 3 รูป โดยให้อิสระเขาในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ตามสไตล์ของช่องเขาเอง



วัดผลความสำเร็จที่ไม่ใช่แค่ตัวเลขผู้ติดตาม

สุดท้ายแล้ว ความคุ้มค่าไม่ได้ดูที่ยอดฟอลโลว์ของคนรีวิว แต่ต้องดูที่ผลลัพธ์หลังการโพสต์ ให้สังเกตยอด Engagement อย่างยอดไลก์ ยอดแชร์ และคอมเมนต์ที่ถามถึงรายละเอียดสินค้า รวมถึงยอดขายที่เพิ่มขึ้นในช่วงเวลานั้นๆ หากจ้างแล้วเงียบกริบ แม้ราคาจะถูกแค่ไหนก็ถือว่าแพง แต่ถ้าจ้างแล้วคนทักแชตมาซื้อรัวๆ นั่นแหละคือความสำเร็จที่แท้จริงของการเลือกใช้อินฟลูเอนเซอร์



สรุป

การทำการตลาดด้วยอินฟลูเอนเซอร์ไม่ใช่เรื่องไกลตัวสำหรับแบรนด์เล็ก เพียงแค่ต้องรู้จักพลิกแพลงและเลือกใช้คนให้ถูกจริตกับสินค้า การทุ่มงบมหาศาลอาจไม่ใช่คำตอบเสมอไป แต่ความจริงใจ ความคิดสร้างสรรค์ และการเลือกใช้แพลตฟอร์มที่ถูกต้องต่างหาก ที่จะพาแบรนด์ของคุณเข้าไปนั่งในใจลูกค้าได้อย่างยั่งยืน เริ่มต้นวันนี้ด้วยงบที่คุณมี แล้วค่อยๆ ขยายฐานแฟนคลับไปพร้อมกับอินฟลูเอนเซอร์คู่ใจของคุณ


ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 78,701