Apple ทวงคืนบัลลังก์! กลับมาเป็นเบอร์ 1 ตลาดสมาร์ทโฟนโลกในรอบ 14 ปี

โดย: IT Guy [IP: 171.99.128.xxx]
เมื่อ: 2026-01-13 09:54:03
Apple ทวงคืนบัลลังก์! กลับมาเป็นเบอร์ 1 ตลาดสมาร์ทโฟนโลกในรอบ 14 ปี

การเลือกซื้อมือถือเครื่องใหม่ของคุณอาจจะเริ่มน่าตื่นเต้นขึ้นเรื่อยๆ ครับ เพราะล่าสุดในปี 2025 ที่ผ่านมา Apple สามารถเบียด Samsung ตกจากตำแหน่ง แล้วก้าวขึ้นมาเป็นผู้ขายสมาร์ทโฟนอันดับหนึ่งของโลกได้สำเร็จ ด้วยส่วนแบ่งการตลาด 20% เฉือนชนะ Samsung ที่ทำไปได้ 19% ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 14 ปีเลยครับที่ Apple กลับมายืนหนึ่งในยอดจัดส่งรายปีแบบนี้



ท่ามกลางตลาดที่เติบโตเพียงเล็กน้อยแค่ 2% ตัวเลขนี้สะท้อนให้เห็นว่า "ความรอยัลตี้" หรือความซื่อสัตย์ต่อแบรนด์ของผู้ใช้งาน กำลังเป็นตัวตัดสินผลแพ้ชนะในสงครามเทคโนโลยีที่ดุเดือดไม่แพ้สงครามสตรีมมิ่งเลยครับ



iPhone แรงไม่หยุด ขยายฐานเข้าสู่ตลาดใหม่

ความสำเร็จของ Apple ในครั้งนี้ไม่ได้มาจากแค่กลุ่มลูกค้ากระเป๋าหนักที่รออัปเกรดเครื่องใหม่เท่านั้น แต่ยอดขายที่เติบโตถึง 10% มาจากกระแสตอบรับที่ดีเกินคาดของ iPhone 17 series ในช่วงปลายปี รวมถึง iPhone 16 ที่ยังคงทำหน้าที่ได้ดีในตลาดที่ Apple เคยเจาะยากมาก่อน



ตลาดในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย และญี่ปุ่น กลายเป็นฐานที่มั่นสำคัญแห่งใหม่ ผู้คนเริ่มเปลี่ยนใจจาก Android มาใช้ iOS มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งการขยายตัวเข้าสู่กลุ่มตลาดระดับกลางและตลาดเกิดใหม่นี้เองที่เป็นกุญแจสำคัญทำให้ Apple พลิกกลับมานำในที่สุดครับ



Samsung แม้จะเสียแชมป์แต่ก็ยังแกร่ง

ทางด้าน Samsung เองจริงๆ แล้วไม่ได้ยอดตกนะครับ เพราะเขายังเติบโตขึ้น 5% เมื่อเทียบกับปีที่แล้ว โดยมีอาวุธหลักคือ Galaxy A series ที่ยังคงครองใจตลาดระดับกลางทั่วโลกไว้ได้แน่นเหนียว ส่วนรุ่นเรือธงอย่าง Galaxy S25 และมือถือพับได้อย่าง Z Fold 7 ก็มียอดขายที่ดีกว่ารุ่นก่อนๆ



แต่จุดที่ทำให้ Samsung เพลี่ยงพล้ำคือในแถบละตินอเมริกาและยุโรปตะวันตก ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ผู้ใช้งานเริ่มหันไปหา "ระบบนิเวศ" (Ecosystem) ของ Apple มากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้ช่องว่างที่เคยนำอยู่ถูกบีบจนแซงหน้าไปได้ครับ



แบรนด์ทางเลือกที่น่าจับตา

นอกจากยักษ์ใหญ่สองเจ้าแล้ว ตลาดสมาร์ทโฟนยังมีสีสันจากแบรนด์อื่นๆ ด้วยครับ:



Xiaomi: ยังคงรักษาส่วนแบ่งไว้ได้ที่ 13% โดยเน้นทำตลาดในละตินอเมริกาเป็นหลัก



Nothing และ Google: เป็นสองแบรนด์ที่น่าทึ่งมาก เพราะยอดเติบโตพุ่งสูงถึง 31% และ 25% ตามลำดับ แม้ส่วนแบ่งจะยังไม่เยอะ แต่ก็เป็นทางเลือกที่คนรุ่นใหม่เริ่มให้ความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ



ผลกระทบต่อกระเป๋าเงินของคุณในปี 2026

การขยับตัวของอันดับหนึ่งและอันดับสองแบบนี้ส่งผลกระทบต่อเราโดยตรงครับ ในด้านดีคือการแข่งขันที่สูงขึ้นจะทำให้ทั้งสองค่ายต้อง "จัดเต็ม" ฟีเจอร์ใหม่ๆ มาสู้กันเพื่อให้ได้ใจลูกค้าอย่างเรา แต่ในอีกด้านหนึ่ง มีสัญญาณว่าในปี 2026 อาจเกิดปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนในการผลิต ซึ่งอาจจะดันให้ราคามือถือรุ่นท็อปๆ พุ่งสูงขึ้นไปอีกได้



สรุปสั้นๆ: ถ้าคุณกำลังวางแผนจะเปลี่ยนมือถือในปีนี้ นี่คือช่วงเวลาทองของการเลือกซื้อเพราะแต่ละแบรนด์จะงัดโปรโมชั่นและเทคโนโลยีที่ดีที่สุดออกมาสู้กันแบบไม่มีใครยอมใครครับ

ชื่อผู้ตอบ:

Visitors: 79,856